หลีกหนีความวุ่นวาย ไปใช้ชีวิตนอนแพริมน้ำกาญฯ | กาญจนบุรี EP.3 | วันใหม่ไปไหน

ในช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและกิจวัตรประจำวันที่หนาแน่น เราทุกคนต้องการช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนและนอนหลับเพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจสดชื่น หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ให้ความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบเพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายของชีวิตในเมือง นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ

1. ความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบ

หลีกหนีความวุ่นวาย ไปใช้ชีวิตนอนแพริมน้ำกาญฯ | กาญจนบุรี EP.3 | วันใหม่ไปไหน - YouTube

เมื่อเราอยู่ในบริเวณแพริมน้ำกาญจนบุรี เราจะได้สัมผัสกับความเป็นส่วนตัวที่สูงขึ้น มีพื้นที่ที่กว้างขวางและไม่มีความวุ่นวายของคนเยอะ ทำให้เราสามารถรับรู้และสัมผัสกับความเงียบสงบแห่งธรรมชาติได้อย่างแท้จริง การมีเวลาสำหรับตัวเองและการพิจารณาอย่างสงบสัมพันธ์กับธรรมชาติเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและผ่อนแน่นกับความเครียดที่อยู่ในใจเรา

2. การลดความเครียดและปรับสมดุล

หลีกหนีความวุ่นวาย ไปใช้ชีวิตนอนแพริมน้ำกาญฯ | กาญจนบุรี EP.3 | วันใหม่ไปไหน - YouTube

การอยู่ในธรรมชาติและนอนหลับท่ามกลางธรรมชาติมีประสิทธิภาพในการลดความเครียดและช่วยให้ร่างกายและจิตใจเรากลับมาอยู่ในสภาวะสมดุล งานวิจัยก็ได้พิสูจน์แล้วว่าการสัมผัสกับธรรมชาติ รวมถึงการฟังเสียงน้ำไหล การรับรู้กลิ่นหอมของพืช และการสัมผัสกับดินและสิ่งแวดล้อมที่สดใหม่ สามารถช่วยเพิ่มความสุข ความผ่อนคลาย และช่วยให้สมาธิของเราดีขึ้น

3. การส่งเสริมสุขภาพร่างกายและสมอง

หลีกหนีความวุ่นวาย ไปใช้ชีวิตนอนแพริมน้ำกาญฯ | กาญจนบุรี EP.3 | วันใหม่ไปไหน - YouTube

การอยู่ใกล้ธรรมชาติ และการนอนหลับท่ามกลางธรรมชาตินั้นส่งเสริมให้ร่างกายและสมองของเราแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น การสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ แสงแดดที่เป็นประโยชน์ และความเงียบสงบจะช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายเรา ทำให้เรามีสมาธิ ความจดจำ และประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น

4. สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ

หนีความวุ่นวายไปนอนแพริมนำ้ "กาญฯ" | วิศวะพาเที่ยว - YouTube

นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่ให้การพักผ่อนและนอนหลับท่ามกลางธรรมชาติ แต่ยังเป็นที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เราสามารถทำร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อน อาทิเช่นการตกปลา การเดินป่า การปั่นจักรยาน หรือการเล่นน้ำในแม่น้ำกาญจน์ นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ประสบการณ์ที่สนุกสนานและท้าทายเพื่อความมีชีวิตชีวา

5. การสร้างความทรงจำและประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ

ทายัน รีสอร์ท กาญจนบุรี | Trip.com ไทรโยค

การมานอนแพริมน้ำกาญจนบุรีจะเป็นประสบการณ์ที่จะทำให้คุณมีความทรงจำและประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ คุณจะได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติที่นี่มีอยู่ รวมถึงสัมผัสกับชุมชนท้องถิ่นที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ที่นี่เป็นที่ที่คุณจะสร้างความทรงจำที่อันทรงเกียรติและความประทับใจที่ยากจะลืม

6. การรับประทานอาหารสดและอร่อย

ทายัน รีสอร์ท กาญจนบุรี | Trip.com ไทรโยค

ในช่วงเวลาที่อยู่ในแพริมน้ำกาญจนบุรี คุณจะได้รับประสบการณ์ในการรับประทานอาหารที่สดใหม่และอร่อยจากธรรมชาติ มีร้านอาหารและร้านกาแฟที่มีเมนูที่หลากหลาย โดยใช้วัตถุดิบจากสวนผลไม้และฟาร์มในพื้นที่ การรับประทานอาหารสดและอร่อยร่วมกับการพักผ่อนและนอนหลับท่ามกลางธรรมชาติจะเป็นประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ

7. การฟื้นฟูจิตใจและการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ

Download ห้วยกุ๊บกั๊บ หมู่บ้านเล็กๆบนยอดเขา | 3 วัน 2 คืน | Road Trip EP.6[1/2] | วันใหม่ไปไหน Mp3 and Mp4 (19:05 Min) (26.21 MB) ~ MP3 Music Download

นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีเป็นที่ที่เหมาะสำหรับการฟื้นฟูจิตใจและการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ คุณจะได้พบกับความสงบสุขและความเป็นส่วนตัวที่เป็นประสบการณ์ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและความกดดันของชีวิตประจำวัน การอยู่ใกล้กับธรรมชาติจะช่วยให้คุณได้รับพลังและกลับมาอยู่ในสภาวะความสงบและความสมดุลของจิตใจ

หากคุณกำลังมองหาที่พักที่ให้ความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบในการพักผ่อนและนอนหลับ นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ คุณจะได้สัมผัสกับความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบของธรรมชาติ รวมถึงประสบการณ์ที่สนุกสนานและท้าทายในการท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ นี่คือสถานที่ที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบในวันที่ใหม่ไปไหน

คำสั่งเฉพาะ (FAQs)

1. นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีเป็นที่ไหน?

นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีคือสถานที่พักผ่อนและนอนหลับท่ามกลางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับแม่น้ำกาญจน์ และมีทัศนียภาพที่สวยงาม

2. มีกิจกรรมอะไรที่ทำในนอนแพริมน้ำกาญจนบุรีบ้าง?

คุณสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีได้ เช่น ตกปลา การเดินป่า การปั่นจักรยาน หรือการเล่นน้ำในแม่น้ำกาญจน์ มีกิจกรรมสำหรับทุกคนที่ต้องการสนุกสนานและผ่อนคลาย

3. สถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง?

ในบริเวณใกล้เคียงนอนแพริมน้ำกาญจนบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น อุทยานแห่งชาติเขาค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาลาน และวัดพระแก้วนอก

4. อาหารท้องถิ่นที่ควรลองที่นอนแพริมน้ำกาญจนบุรีคืออะไร?

คุณควรลองอาหารท้องถิ่นที่นอนแพริมน้ำกาญจนบุรี เช่น ปลานิลทอดกระเทียม แกงส้มชะอมปลาสลิด และยำปลากระป๋อง

หลีกหนีความวุ่นวาย ไปใช้ชีวิตนอนแพริมน้ำกาญฯ | กาญจนบุรี EP.3 | วันใหม่ไปไหน [VIDEO]

เเพจังเกิลราฟท์ รีสอร์ทลอยน้ำ กาญจนบุรี
ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ ไม่มีสัญญาณมือถือให้เล่น
ไม่มีแอร์เย็นๆ ให้เปิด จะอยู่ได้มั้ย?

จังเกิ้ลราฟท์ รีสอร์ท ที่พักริมน้ำกลางหุบเขา
หนีความวุ่นวาย มาใช้ชีวิตเงียบๆ ได้ที่นี่
เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อน
ใช้ชีวิตอย่างไม่เร่งรีบ นอนฟังเสียงน้ำไหล
.
.
#กิจกรรม
🟩 เล่นน้ำหน้าห้องพัก
🟩 พายเรือคายัคไปถ้ำละว้า
🟩 ล่องแพเปียก
🟩 ชมหมู่บ้านมอญ / วัดมอญ / โรงเรียนสอนเด็กมอญ
🟩 เล่นกับช้าง
🟩 มีมินิบาร์คอยให้บริการ
.
.
#ราคา เริ่มต้น ห้อง Floating Raft Room+อาหารเย็น+อาหารเช้า
ราคาวันธรรมดา เริ่มต้น 2,550 บาท/ห้อง/คืน สำหรับ 2 ท่าน

เนื้อหาของวิดีโอ หลีกหนีความวุ่นวาย ไปใช้ชีวิตนอนแพริมน้ำกาญฯ | กาญจนบุรี EP.3 | วันใหม่ไปไหน

เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต เราจะชอบเด็กตัวออกจากความวุ่นวายเพื่อทบทวนบางสิ่งและเพื่อเสพบางอย่าง รู้จักมาร Ep ที่ 3 หรือ Kiss สุดท้ายของการขับรถมอเตอร์ไซค์เที่ยวกาญจนบุรี 5 วัน 4 คืนเป็นคลิปธรรมชาติบำบัด ที่เราจะพาพวกแกหลีกหนีความวุ่นวายจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เป็นดั่งใจและตัดทุกอย่าง ออกจากโลกภายนอกให้หลงเหลือเพียงตัวเราเองอีก ครั้ง หลังจากบอกลาสังขละบุรีแล้วเราก็ย้อนกลับไปหาจุดหมาย สุดท้ายซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลท่าเสาอำเภอไทรโยคจังหวัดกาญจนบุรีเป็นที่พักเรือนแพลอยน้ำ ใกล้หมู่บ้านมอญ ที่เราจะเอาร่างกายไปฝากไว้ในคืนนี้ มีชื่อว่า ริเวอร์แควจังเกิ้ลราฟท์ เจ้าขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมา สังขละบุรีโดยมีสายฝน มันทำเป็นเพื่อนตลอดการเดินทาง ไม่เห็นว่าฝนยัง ยังคงกระหน่ำลงมาเรื่อยๆซึ่งทำให้ทัศนียภาพในการมองเห็น เห็นนั้นจำกัด เราจึงตัด สนใจแวะพักที่น้ำตกเกริงกระเวียอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ที่นี่เป็นจุดพักรถยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางไปสู่สังขละบุรี ซึ่งด้านหน้าน้ำตกจะมีร้านกาแฟเล็กๆให้บริการอยู่ด้วย ค่าเข้าอุทยานผู้ใหญ่คนละ 40 บาทเด็กคนละ 20 บาท แต่ด้วยสภาพอากาศตอนนี้ที่ไม่สามารถเล่นน้ำได้ พี่เจ้าหน้าที่ก็เลยให้เราเข้าชมฟรีค่ะ น้ำตกเกริงกระเวียมีทั้งหมด 4 ชั้น พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าชั้นแรกสวยที่สุด จะได้เวลาแค่นี้แน่นอนว่าเราชมได้เพียง ชั้นแรก ในวันที่ฝนตกแบบนี้กระแสน้ำก็แสดงเป็นพิเศษ ทำให้เห็นน้ำตกที่ไหลกระทบเป็นสายน้ำของแต่ละชั้นได้อย่างไร ชัดเจน เราเดินชมกันอยู่สักพักก็ได้เวลาออกเดินทางกันต่อเพราะถ้าไปช้ากว่านี้อาจจะพลาดรอบ เรือเที่ยวสุดท้ายไปก็ได้ ตอนนี้เราก็ไม่อยู่ตรงทางเข้าท่าเรือพุตะเคียนเรียบร้อยแล้วจากสังขละบุรีถึง ท่าเรือพุตะเคียนมีระยะทางทั้งหมดประมาณ 146 กิโลเมตร เราใช้เวลาขับไปเกือบ 4 ชั่วโมงระหว่างทางมีฝนตกหนักค่ะ ในที่สุดเราก็พาตัวเองมาถึงท่าเรือทันเวลารอบสุดท้ายพอดี อย่างที่เห็นคือท่าเรือแทบไม่มีใครอยู่เลยค่ะ มาถึงแล้วก็แจ้งชื่อเราและชื่อที่พักให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็สามารถขึ้นเดือนและไปที่พัก จากท่าเรือพุตะเคียนไปที่พัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีจอมาช่วงหน้าฝน สีของแม่น้ำก็จะมีสีขุ่นเข้ม อากาศกำลังดีไม่ร้อนนั่งเรือโต้ลมมาสักพักก็ถึง ดาวแล้วค่ะ ที่พักของเราเป็นแพลอยน้ำที่เรียงต่อกันหลายหลัง จะล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ แม่น้ำและภูเขา ทำให้รู้สึกว่า เรากำลังโหลดมาอยู่ในโลกอีกใบนึงที่นี่ไร้ไฟฟ้า สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต ในรายการ ติดต่อจากโลกภายนอก รับรองว่าจะได้ชาร์จพลังกลับไปเต็มเปี่ยมแน่นอนค่ะ เมื่อเรือแล่นมาจอดขนาน แพที่พัก พนักงานหญิงชาวมอญก็ออกมารอต้อนรับด้วยภาษา สักลายที่เราคุ้นเคย พร้อมกับ Welcome drink ที่จะพอทำให้เราคลายเหนื่อยกับการเดินทางที่ผ่านมา สำหรับราคาที่พัก ราคาจะต่างกัน งานตามฤดูกาล สามารถกดเข้าไปเช็คราคาในแต่ละวันได้ที่เว็บไซต์ของทางที่พักได้เลยค่ะ เมื่อเช็คอินเสร็จแล้ว เรามุ่งตรงไปที่ห้องพักอย่างไม่ลังเล ห้องพักที่นี่จะถูกออกแบบโดยใช้ภูมิปัญญาชาวมอญผนังของห้องทำจาก ไม้ไผ่และตก แต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แท้ๆสไตล์โมเดิร์นภายในห้องจะมีเตียงใหญ่สำหรับ 2 คน 1 เตียงและเตียงเล็กสำหรับ 1 เตียง แต่ละเตียงก็จะมีโมงให้อย่างละ 1 ลังมีห้องน้ำส่วนตัวมีระเบียงหน้าและหลังห้องอีกด้วย จะรีบอาบน้ำแต่ง แต่งตัวออกมานั่งรับบรรยากาศ ตรงท่าน้ำส่วนตัวของเรา เราปล่อยให้ตัวเองได้นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ แล้วทำการเดินสำรวจที่พัก เราเดินไม่ได้เรื่อยๆจนถึงแพง สุดท้าย ตรงจุดนี้จะเห็นแต่ละหลังที่เรียงรายกัน แล้ววิวเขาสุดอลังการอยู่ตรงหน้าได้อย่างชัด ถ้าหากวันไหนที่มีแสงแดดดีๆ เย็นวันนั้นเพราะแกอาจจะได้เห็นสีท้องฟ้าที่โรแมนติกแบบนี้ก็ได้ อันนี้เป็นคลิปเก่าที่เราเคยมาเมื่อกันยายนปี 2020 ไม่ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้ธรรมชาติที่นี่ก็ยังคงสวยงามเสมอ นี่เป็นร้านอาหารที่เราฝากท้องไว้กับ กับที่นี่ 2 มื้อมื้อค่ำจะเริ่มเปิดให้ทานตั้งแต่ 17:00 น จนถึง 8:30 น เราเลือกโต๊ะที่นั่งเรียบร้อยน้องพนักงานก็เดินเข้ามา จัดเสิร์ฟอาหารให้อย่างว่องไว อาหารแต่ละอย่างจะเป็นอาหารไทยและรองพื้นบ้านด้วยวัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่รอบๆบ้านมอญ เป็นกับข้าวแบบรีฟิลสามารถให้พนักงานเติมให้ได้ตลอดตอนแรกแอบกลัวว่ากับข้าวจะตื่น แต่รสชาติกับข้าวอร่อยขึ้นกว่าครั้งแรกที่เคยทานขึ้นเยอะเลย แสงสว่างจากพระอาทิตย์ค่อยๆหายไป แผนที่ด้วยแสงไฟในตะเกียงนับร้อยดวง ทำเขื่อนที่ไม่มีสิ่งใดมากวนใจ ไม่ได้สำรวจ Social ก่อนนอน เป็นชีวิตประจำวันที่ยอมรับว่าไม่คุ้นชินเอา เชลยแต่โชคดีที่เรามีอาการสั่น สะสมจากความเหนื่อยล้า บวกกับมือข้างที่อัดแน่นอยู่ในท้องตึงผ่านค่ำคืนนี้ นี้ไปได้ไม่ยาก สวัสดีตอนเช้าค่ะทุกคน เนื่องจากเมื่อคืนมีฝนตก บรรยากาศตอนเช้าวันนี้ก็เลยเต็มไปด้วยหมอกขาวที่ไหนวะ เพลงที่เห็นค่ะหมอค่อยๆหนาขึ้นและปกคลุมภูเขาลูกใหญ่ไว้เกือบทั้งหมด ก้าวเดินออกมานั่งที่ท่าน้ำค่อยๆหย่อนเท้าลงไปช้าๆ เกษตรช่วงเวลาที่งดงามของธรรมชาติ ความรู้สึกเหมือนจิตใจของเรากำลังฟื้นฟู และปลดเปลื้องความเหนื่อยล้าไปกับสายน้ำที่ไหลผ่านทั้งสองขาของเรา ที่นี่ทำให้เราโฟกัสตัวเองและสิ่งรอบตัวมากขึ้น เราจะทนกับสิ่งรอบตัวเราได้ง่ายๆแม้กระทั่งกล้วยไม้ดอกไม้ของประดับที่เรามักจะมองข้าม เราก็ชื่นชมมันยังไม่เคยเห็นมาก่อน มื้อเช้าของเราวัน วันนี้ก็จะเป็นแบบ การ Breakfast นะคะ จะมีไข่ดาวแฮมไส้กรอก เครื่องดื่มชากาแฟน้ำผลไม้ขนมปังปิ้งและผลไม้สดและกิจกรรมแรกของเราวันนี้ นี้ก็คือการป้อนอาหาร ผู้ชายนั่นเองค่ะ ซึ่งอาหารของน้องก็คือพวกเปลือกผลไม้หรือผลไม้จากอาหารที่แขกทานไม่หมด ก็นำมาป้อนให้น้องแบบนี้เลยค่ะ ร้านอาหาร น้องชายเสร็จแล้วเราก็จะไปเดินสำรวจหมู่บ้านมอญกันค่ะซึ่งไกด์ของเราวันนี้ก็คือน้องอุ้ม เด็กสาวเชื้อสายมอญที่จะมานำเที่ยวและเล่าประวัติศาสตร์ หมู่บ้านมอญให้เราฟังค่ะ ก่อนเดินทางเราแนะนำให้ฉีดหรือทานยากันยุงไปด้วยนะคะ พยุงเยอะมากระหว่างทาง จะเป็นเนินมีบันไดให้เดินไปเรื่อยๆ ซุ้มประตูเข้าบ้านมอญลักษณะซุ้มประตูจะเป็นหลังคามุงจาก ก็เป็นทางเดินยาว ทำซุ้มประตูแบบนี้ก็มาจากความเชื่อที่ว่าจะทำให้ผู้คนที่เดินผ่านเส้นทางนี้ นี้มีอายุที่ยืนยาวและอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขนั่นเองค่ะ ตอนนี้เราก็ไม่อยู่กันที่บ้านมอญ บ้านหลังนี้เป็นบ้านมอญ แบบดั้งเดิม ลักษณะบ้านก็จะเป็นบ้านไม้ยกสูง มีใต้ถุนโล่ง ขายบ้านคนไทยเรา สมัยก่อนเลย หมู่บ้านดูสงบเงียบกันไปด้วยซ้ำ ทำให้เราได้ยินเสียงนกนานาชนิดขับร้องกันอย่างสนุกสนานเลยค่ะ เราเดินชน ธรรมชาติฟังเสียงนกเพื่อนๆจนมาถึงโรงเรียนเด็กเล็กประจำหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งจะเปิดเฉพาะวันหยุดให้เด็กๆมาเรียนภาษามอญกันวันที่เรามาเหมือนว่าจะเป็นวันธรรมดาที่เด็ก เด็กออกไปเรียนโรงเรียนนอกบ้านกัน สภาพโรงเรียนก็เลยโล่งเชียวเพียงเด็กชายที่นั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะแทนที่คุณครู คุณครูสวัสดีค่ะ ส่วนโต๊ะจะเต็มไปด้วยหนังสือภาษามอญเก่าๆกองไว้หลายเล่มส่วนอักษรมอญเป็นมายังไงนั้น น้องอุ้มอธิบายกันค่ะ จะเป็นตัวอักษร หลายตัวเลยค่ะพี่ ไหนบอกว่า ได้ยิน เมื่อตอนที่เขา อันนี้เป็นคลิปที่โรงเรียนม 2 2 ปีที่แล้วค่ะ บรรยากาศ ในคลิปเป็นวันที่นักเรียนมาเรียนภาษามอญการดูชิวมากๆ ส่วนคุณครูก็ชวนให้เรา แป้งทานาคา แป้งทานาคาเป็นเครื่องสำอางยอดนิยมของ สาวชาวมอญและพม่าเคยได้ยินแต่ยังไม่เคยลองทำมาก่อนคุณครูค่อยๆใช้นิ้วชี้ที่เพื่อนแป้งทานาคา ถ้ามาแต่แก้มเราเบาๆเป็นรูปหัวใจและดอกไม้เป็นความทรงจำที่ประทับใจมากเลยค่ะ เดินมาอีกหน่อยก็จะเจอกับวัดมอญค่ะ ซึ่งจะมีพระสงฆ์จําพรรษาอยู่ตามปกติ จอสามารถทำบุญ มนต์ไหว้พระได้ และบริเวณใกล้ๆวัดมอญเราจะเจอกับเจดีย์ชเวดากององค์จำลองซึ่งหันหน้าไปทางเมือง หงสาวดีอีกด้วย เราจะเห็นว่าจะมีห้อง ลูกเขยเข้าบ้าน มีอะไรจะเล่าให้ฟังว่าข้างในจะมี ประวัติของเขา แล้วก็จะมีที่เก็บพระพุทธรูปฝั่งกำแพงไหนก็จะวาดเป็นประวัติของ หลังจากได้เดินสำรวจมาซักพักก็รู้สึกว่า หมู่บ้านมอญแห่งนี้ยังคงไว้ซึ่งประเพณีของตัวเอง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของวิถีชีวิตที่น่าสนใจ สถานที่สุดท้ายในหมู่บ้านมอญที่เรากำลังจะเดินไปถึง มีชื่อว่า ถ้ำผามอญก่อนถึงถ้ำพระมอญเราก็จะผ่านจุดที่มีชื่อว่า ไม้ค้ำจุน เราเดินเลียบไปตามหาเองเรื่อยๆจนมาเห็นป้ายที่เก่าจนแทบจะไม่เห็นตัวอักษรที่สลักอยู่ จุดนี้จะมีถ้ำพระเด็กๆซึ่งจะมีพระมอญมาธุดงค์นั่งสมาธิแต่ปัจจุบันพระธาตุ ทานได้ค่ะแม่น้ำไปนั่งสมาธิที่ฝั่งตรงข้ามแทนแล้วค่ะจุดนี้เลยหลงเหลือเพียงข้าวของเครื่องใช้อื่น ตื่นแล้วรูปปั้นพระพุทธรูปแบบมอญไว้เท่านั้น และที่เรากำลังยืนอยู่นั้น คือจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แม่น้ำและที่พักของเราจ้ะ จากมุมสูงนี้ได้อีกด้วย การกราบแล้วก็ขอเอาไม้ไปค้ำจุนพระเองตามความเชื่อของชาวบ้านที่นี่ไว้สักหน่อย บอก Line กิจกรรมเดินชม มาต่อกับ กิจกรรมล่องเรือแคนู โทรไปถามแล้วพากันค่ะบอกเลยว่าที่นี่กิจกรรมเยอะมากๆ ถึงจะไม่มีโซเชียลให้เล่นแต่จะไม่มีเวลาว่างให้เราเหงาแน่นอนค่ะ เราใช้เรือแคนู 2 ลำค่าบริการลำละ 1,000 บาท นั่งได้ 2 คนราคานี้ก็จะรวมค่าเรือหางยาวเพื่อรับเรากลับที่พักฟรีค่ะ ชื่ออะไรกันบ้างคะ พี่หรือน้องหรือเพื่อน เปรี้ยว มีไกด์ไปกับเราสองคน พี่เปียที่พายเรือให้เราคือแกพูดเก่งจะรีบมากๆ โชคดีที่วันนี้อากาศสบายๆแดดไม่ร้อนมากนะระหว่างทางจะผ่านป่าไม้เขียวชอุ่มสลับไปกลับ ผาหินปูนตลอดเส้นทางแต่ละภาคจะมีลักษณะคล้ายน้ำกัดเซาะที่มีรูปร่างแตกต่างกัน เพราะยิ่งได้เห็นใกล้ๆก็รู้สึกว่ามันมหัศจรรย์มากๆ ถนนสวยมากเลยอ่ะ วันนี้เข้ามากับไกด์ แล้วก็ไก่เทวี บันเทิง Entertainment การขัดสกรีนเป็นกิจกรรมของที่พักใกล้เคียงเมื่อตะกี้ขับผ่านจะทำให้น้ำกลายเป็นคลื่นกระทบกับ ของเรานั่นเป็นสาเหตุที่เราไม่กล้าพายกันแค่สองคนค่ะ ซินเดอเรลล่าหรือเปล่าเนี่ย ลองไปสักพักก็เจอกับรองเท้าไร้เจ้าของหนึ่งข้างที่ลอยมาจากที่ไหนก็ไม่รู้เราเลือกที่จะ เก็บขึ้นมาแทนที่จะปล่อยให้มันลอยไปแบบไม่รู้จุดหมายปลายทาง พี่เปี๊ยกเพิ่งคุยแบบหยอกล้อกับเราว่าแกกำลังหาเนื้อคู่อยู่พอดีแต่แล้วพี่เปี๊ยกก็โดดเดี่ยวเหมือนเดิม เพราะเราเจอรองเท้าอีกข้างหนึ่งแล้วค่ะ ใช่ค่ะใช่ค่ะ เราใช้เวลาไปประมาณ 40 นาทีในการล่องเรือมาถึงท่าเรือที่พักรีโซเทลมาถึงพี่เปรียว กับพี่เทวินก็พาเราไปขึ้นรถสามล้อเพื่อขึ้นไปต่อยังอุทยานแห่งชาติไทรโยคซึ่งถ้าเข้าถ้ำแล้ว ปัจจุบันก็ตามนี้เลยค่ะ ผู้ใหญ่คนละ 60 บาทเด็กคนละ 30 บาท จริงๆพวกเราสามารถขับรถมาเที่ยวที่ถ้ำละว้าได้ปกติเลยนะ แต่เราแค่อยากลองเรือเล่นก็เลยลองมาทางน้ำดูบ้าง ทางขึ้นจะเป็นบันไดซีเมนต์จำนวน 114 ขั้น ทำนายว่าเป็นธรรมแรกของจังหวัดกาญจนบุรี ที่ถูกค้นพบพร้อมกับกระดูกมนุษย์โบราณในถ้ำ ที่มีอายุกว่า 300 ปีและพบร่องรอยการประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อของชนเผ่าละว้า จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำละว้านั่นเองค่ะปากทางเข้าถ้ำจะค่อนข้างเล็กแต่ภายในถ้ำกับยายกว้าง ขวางมากเลยทีเดียวโดยจะแบ่งเป็นห้องต่างๆทั้งหมด 5 ห้อง แต่ละห้องก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป ห้องที่ 1 มีชื่อว่า ห้องหนุมาน อันที่ 2 มีชื่อว่า ห้องจระเข้ ห้องที่ 3 มีชื่อว่า ห้องดนตรี ห้องที่ 4 มีชื่อว่า และห้องที่ 5 มีชื่อว่าห้องบ้านบรรทมระยะการเดินชมทั้งหมด 603 315 เมตรค่ะห้องแรกที่เราเจอคือห้องค้างคาว ถึงบริเวณเพดานถามเราจะเห็น ค้างคาวกำลังนอนห้อยหัว มากๆเลยค่ะเนื่องจากภายในถ้ำมันมืดและมีแสงน้อยมากๆกล้องของเราไม่สามารถถ่ายให้เห็นได้ เราจะขอนำภาพ โทรศัพท์มือถือมาให้ทุกคนได้เห็นบรรยากาศภายในถ้ำแทนนะคะ ตลอดการเดินชมภายในถ้ำละว้า อดที่จะตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็นแต่ละห้องไม่ได้เพราะความงดงามที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาตามธรรมชาติ ชาตินั้น ยาที่เราจะคาดเดาได้ ตามแต่ใครจะจินตนาการว่าเป็นรูปทรงใดค่ะ อย่างที่บอกว่าภายในถ้ำค่อนข้างมืดและมีหินปูนต่างๆย้อยลงมาเยอะมากๆเพราะฉะนั้นเวลา มาเดินชมก็ระวังศีรษะกันด้วยนะคะ ดาวสะดุดตากับตรงนี้มาก เราว่าลักษณะเห็นมันคล้ายแมงกะพรุนเลยล่ะ ดาวเดินทางไปเรื่อยๆจนถึงห้องสุดท้ายที่มีชื่อว่า ห้องม่านบรรทม เป็นห้องที่เราเซอร์ไพรส์มากที่สุด และเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของถ้ำ มีลักษณะเด่นเป็นหิน หินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ ดูปรางขายม่านในห้องนอน ร่วมกับภาพของ สายน้ำที่กำลังไหลลงมาตามซอกหิน เมื่อต้องแสงซึ่งดูเหมือน หินงอกเหล่านี้ มีประกายระยิบระยับราวกับ ประเภทยังไงอย่างนั้นเลยล่ะ และแล้วภาพความสวยงามภายในถ้ำละว้าก็ถูกบันทึกไว้เป็นอีก ความทรงจำที่ประทับใจของทริปนี้พอออกจากถ้ำมาก็ใกล้เที่ยงแล้ว เราจึงจบทริปนี้ไปอย่างรวดเร็ว จังหวัดกาญจนบุรี ยังคงมีที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่เรายังไม่เคยไปสัมผัสแล้วเราจะกลับมาค้นหามันอีกครั้งอย่างแน่ แน่นอน